วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Learning Log 1 สิ่งที่ได้เรียนรู้ในเเละนอกห้องเรียน

Learning Log 1

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในห้องเรียน

                การเรียนรู้ที่ดีนั้นจะต้องมีขั้นตอนวิธีการสอนที่เหมาะสมกับผู้เรียนจึงมี
 
  I + 1 =  comprehensible input


                ทฤษฎีข้างต้นนี้เป็นการสอนแบบนี้คือการป้อนข้อมูลเพื่อให้นักเรียนเข้าใจนั่นคือการที่คุณต้องทราบความรู้เดิมของนักเรียน แล้วนำความรู้เดิมของนักเรียนมาพัฒนาโดยวิธีการสอนของครูโดยการเพิ่มระดับความยากของเนื้อหาที่จะสอนเพื่อให้นักเรียนเรียนรู้ในสิ่งที่ยากกว่าจะทำให้นักเรียนเข้าใจมากยิ่งขึ้น
                
              วิชาการแปล 1 จึงนำหลักการเรียนรู้ดังกล่าวมาประยุกต์ในการเรียนวิชาการแปลซึ่งเป็นรายวิชวิชาที่มีเนื้อหาค่อนข้างยากและมีความซับซ้อนทางภาษา ซึ่งต้องมีพื้นฐานของไวยากรณ์ที่เพียงพอเพื่อนำมาต่อยอดความรู้ของการแปล เพราะการแปลนั้นมีความหลากหลายทางหลักการเช่น กาล (tense )ซึ่งแต่ละ tense จะมีหลักการใช้และมีความหมายของการแปลและมีวิธีของการแปลที่ไม่เหมือนกัน และมีเรื่องของระดับภาษา ซึ่งผู้แปลบางคนใช้ภาษาทางการ ผู้แปลบางคนใช้ภาษาทั่วไป เพื่อให้ได้ใจความ และสามารถใช้คำได้หลากหลายเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจโดยที่ความหมายของประโยคนั้นไม่เปลี่ยนแปลงยังคงมีความหมายเหมือนเดิม แตกต่างกันเพียงแค่ ความไพเราะของระดับภาษา

                ภาษาไทยกับภาษาอังกฤษนั้นมีความละเอียดแตกต่างกันมาก ดังนั้นการแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยจะต้องคำนึกถึงการเลือกใช้คำให้ถูกต้องและภาษาให้ตรงตามหลักไวยากรณ์เพื่อให้ได้เพื่อให้อ่านแล้วสามารถเข้าใจได้ง่ายและอย่างถูกต้องที่สุด


สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้นอกชั้นเรียน

                การแปลที่ถูกต้องเพื่อที่จะให้ผู้อ่านเข่าใจได้ดีและมีความสุขในขณะที่อ่านนั้นจะต้องมีลำดับขั้นตอนของการแปล ดังนี้
                การแปลบทความหรือหนังสือนั้นเราจะต้องมีเชี่ยวชาญในทั้งสองภาษาแล้ว นอกจากนั้น ก่อนจะเริ่มแปล เราควรจะอ่านต้นฉบับให้จบก่อน เพื่อที่จะเข้าใจจุดมุ่งหมายของผู้เขียนเพื่อที่จะได้แปลอย่างตรงจุดมุ่งหมายไม่มีความหมายที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม โดยการแปลนั้นจะต้องใช้ระดับภาษาที่ถูกต้องและเหมาะสมนำมาเรียบเรียงข้อความภาษาไทย ซึ่งการเรียบเรียงความหมายของการแปลนั้นหากใช้หลักไวยากรณ์ไทยและสำนวนไทย จะสละสลวยกว่าการเน้นไวยากรณ์และสำนวนของภาษาอังกฤษ
                ดังนั้นเราสามารถสรุปได้ว่า การแปลนั้นเป็นผลงานที่เราจะต้องใช้ความรู้ทั้งสองภาษา ซึ่งตัวเราเองจะต้องมีความถนัดในภาษาที่จะใช้ในการแปล เพื่อความมีอรรถรสของผู้อ่านเมื่อได้อ่านงานแปลชิ่นนั้น

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ทั้งหมด

                การแปลเป็นศาสตร์ที่ต้องใช้ความรู้หลายด้าน ซึ่งความรู้หลายด้านนั้นก็คือ ความสามารถในการสร้างสรรค์งานแปลให้มีความน่าสนใจ และความรู้เกี่ยวกับไวยากรณ์ทางภาษาต้องแม่นยำ รู้หลักการแปลที่ถูกต้อง จึงจะทำให้งานแปลที่ผลิตมามีความน่าสนใจและมีอรรถรสในการอ่านเพื่อทำให้ผ่านอ่านแล้วมีความสุข
               

                

Homework 1

จงแปลประโยคต่อไปนี้


1.             First year students have student English for at least 10 years.
-                   นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งเคยเรียนอังกฤษมาแล้วอย่างน้อยสิบปี

2.             An accident took place when the plane was flying above a paddy field.
-                   ตอนที่เครื่องบินกำลังบิยอยู่เหนือทุ่งนาได้มีอุบัติเหตุที่ตำแหน่งนั้น

3.             The truck driver was unidentified.
-                   คนขับรถที่ไม่ประจำทาง

4.             Tomorrow I' ll go out of town.
-                   วันพรุ่งนี้ฉันจะออกไปข้างนอกเมือง

5.             Yesterday it rained hard.
-                   เมื่อวานนี้ฝนตกอย่างหนัก

6.             We invited him to give a lecture over here.
-                   เราเชิญให้เขามาบรรยายที่นี่หลายครั้งแล้ว

7.             I used to study at a boarding school.
-                   ฉันเคยเรียนโรงเรียนประจำมาแล้ว

8.             Have you eaten?
-                   คุณรับประทานอาหารแล้วหรือยัง?

9.             I' am still doing my homework.
-                   ฉันกำลังทำการบ้านอย่างตั้งใจ

10.      He always teases me.
-                   เขาหยอกล้อฉันเสมอ

11.      I always get wrong answers.
-                   ฉันมักจะได้รับคำตอบที่ผิดเสมอ

12.      I was about to ask you about that.
 -         ฉันมีเรื่องที่จะถามเธอเกี่ยวกับสิ่งนั้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น